สาวแคชเชียร์ห้างสุดแสบ ใช้บัตรเครดิตลูกค้ารูดปื้ด 72,000

56

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (31 ต.ค.) สภ.เมืองพังงา ได้รับแจ้งว่ามีลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ ของนายอภิชาต นักท่องเที่ยวชาวกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการท่องเที่ยวที่ประเทศเวียดนาม โดนขโมยบัตรเครดิตรูดซื้อสินค้า ทำให้เกิดความความเสียหาย

จากการตรวจสอบพบว่า มีการซื้อทองรูปพรรณที่ห้างทองแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองพังงา จึงทำการสืบสวนพบว่าเป็น น.ส.จิรดา อายุ 23 ซึ่งเป็นแม่บ้าน เลี้ยงดูลูกอยู่กับบ้าน และนายกิตติ อายุ 23 ปี อาชีพรับจ้างทำสวนยางพารา ได้เข้าซื้อสร้อยคอทองค ำน้ำหนัก 1 บาท สร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 1 สลึง แหวนทองคำ หนัก 1 สลึง จำนวน 3 วง รวมเป็นเงิน 42,000 บาท

จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งสองได้รับบัตรเครดิตมาจาก น.ส.ศิวพร อายุ 26 ปี พนักงานแคชเชียร์ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.พังงา โดยนำบัตรเครดิตที่ลูกค้าลืมไว้ มาลองใช้ครั้งแรก จำนวน 5 บาท เห็นว่าใช้ได้ จึงรูดใช้จำนวนหนึ่ง

จากนั้นได้ให้บัตรเครดิตกับ น.ส.จิรดา เพื่อซื้อทองคำ โดยนำมาแบ่งกัน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ จากการตรวจสอบพบว่า ได้มีการใช้บัตรเครดิตดังกล่าวจำนวน 11 ครั้ง เป็นเงิน 72,581 บาท

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพังงา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ร้องพ่อหาย..เจอแต่รองเท้า ค้นสระบัวพบเป็นศพจมน้ำ

510

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (29 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 19.25 น. สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านดอนขวาง ม.2 ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา ว่า มีผู้สูญหายภายในสระบัวกลางหมู่บ้าน เกรงจะได้รับอันตราย ที่เกิดเหตุเป็นสระบัวสาธารณะกลางหมู่บ้าน พบชาวบ้านจำนวนมาก กำลังช่วยกันเดินลงไปค้นหาภายในสระบัว

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ลงไปช่วยกันค้นหา โดยใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง จึงพบศพของผู้ที่จมน้ำ ทราบชื่อต่อมาคือ นายสมาน อายุ 62 ปี ชาว ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ โดยที่มือยังถือถุงปุ๋ย ภายในมีฝักบัวที่เก็บมาแล้ว จำนวน 3 อัน คาดจมน้ำเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง

จากการสอบถาม นางสุรัตน์ดา อายุ 38 ปี ลูกสาวของ นายสมาน ทราบว่า ผู้ตายมีอาชีพเก็บฝักบัวขาย อยู่ที่ตลาดดอนขวาง โดยช่วงบ่ายของแต่ละวันบิดา จะออกมาเก็บฝักบัวเพื่อนำไปขายอีกรอบ แต่จนค่ำบิดายังไม่กลับมาบ้าน เมื่อไปดูที่บริเวณสระบัว พบเพียงรองเท้าของบิดา ถูกถอดทิ้งไว้ ด้วยความเป็นห่วง จึงได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันออกตามหา จนพบบิดาจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า สาเหตุของการจมน้ำเสียชีวิตครั้งนี้ น่าจะเกิดจากการที่ นายสมาน ลงไปเก็บฝักบัวเพียงลำพัง ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้หน้ามืด และล้มคว่ำหน้าลงไปในน้ำ ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่มีใครช่วยเหลือ จึงทำให้จมน้ำเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ได้ส่งศพไปชันสูตรที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ก่อนมอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

วุ้นเส้น เจอเพื่อนแก๊งนางฟ้าสอนออกกำลังกายอย่างโหด

page

รวมตัวกันอยู่บ่อยๆ สำหรับสาวสวยแก๊งนางฟ้า ถึงแต่ละครั้งสมาชิกในกลุ่มจะไม่ค่อยว่างตรงกัน แต่ก็เห็นทั้งเจ็ดสาว วุ้นเส้น ,เจนสุดา,นานา,เจนี่,พอลล่า,คริส และแอน อลิชา ต้องหาเวลาว่างนัดปาร์ตี้ ทานข้าวกันอยู่บ่อยๆ ครบบ้าง ไม่ครบบ้าง แต่ไม่เคยขาดการติดต่อ เพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่ได้แก๊งแตกอย่างที่เคยมีข่าวเม้าท์ออกมา

และทุกครั้งที่สาวสวยแก๊งนี้มารวมตัวกัน เค้าก็จะอัพรูปและวิดีโอ ให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอยู่ตลอด อย่างคลิปล่าสุด กับการเป็นเทรนเนอร์ออกกำลังกายให้สาววุ้นเส้น ที่ดูจะมีความตั้งใจเป็นอย่างมาก โดยมีเพื่อนอย่าง เจนสุดา มาคอยติวเข้มเป็นเทรนเนอร์สายโหด คอยจัดท่าทางให้วุ้นเส้นอย่างจริงจัง จนพอลล่าถึงกับเอ่ยปากในคลิปว่า “เทรนเนอร์ดุอ่ะ กลัว!”

เมย์ พิชญ์นาฏ ไม่กั๊กเปิดใจคุย ไฮโซธรรศ ไม่แปลกเพราะโสดทั้งคู่

50

หลังจากที่นักแสดงสาว “เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร” สร้างความตกอกตกใจให้บรรดาขาเม้าท์ด้วยภาพหลุดสุดมุ้งมิ้งกลางห้างหรูกับ “ไฮโซธรรศ” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งคู่น่าจะกำลังอยู่ในช่วงเริ่มรดน้ำปลูกต้นรักกันหรือเปล่า!?

ล่าสุด พอมีโอกาสเจอกับสาวเมย์ในงานแถลงข่าว “มหกรรม ทอง ทอง ทอง ครั้งที่5” บรรดาสื่อก็เลยต้องขอจ่อไมค์ถามสักหน่อยว่า สรุปแล้วสถานะตอนนี้โสดหรือไม่โสดกันแน่จ๊ะตัวเธอ…

ก่อนหน้านี้เห็นว่ามีภาพมุ้งมิ้งของเรากับไฮโซธรรศหลุดออกมา ?
“จริงๆ แล้วเมย์กับเขาเราเป็นเพื่อนที่เรียน บพส. มาด้วยกัน แต่ที่ดูสนิทมากนั่นก็อาจจะเป็นเพราะเราอยู่กลุ่มเดียวกันด้วย ซึ่งถามว่ามีคนเชียร์ให้เราคบกันไหม อันนี้เมย์ยอมรับว่ามีนะคะ เพราะเราโสดด้วยกันทั้งคู่ แต่ว่าเมย์คงตอบอะไรมากไม่ได้ เพราะเมย์ไม่ล่วงรู้อนาคตค่ะ”

แต่จากภาพที่ออกมาคนก็มองว่าเราค่อนข้างถึงเนื้อถึงตัว ?
“อย่างที่บอกค่ะในกลุ่มตอนเรียนเราทุกคนสนิทกันมากจริงๆ และอีกอย่างภาพที่เห็นมันก็เป็นจังหวะที่เราเล่นกันด้วย ซึ่งเอาตรงๆ คือเมย์ก็อายุขนาดนี้แล้วเนอะ ถ้าหากเมย์จะลองคบใครสักคนมันก็คงไม่แปลก เพียงแค่เมย์อยากปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของธรรมชาติมากกว่า”

สำหรับเรากับไฮโซธรรศตอนนี้จะใช้คำว่าอะไรดี ?
“สนิทกันค่ะ เขาเป็นคนที่น่ารักมากคนหนึ่ง ประวัติดี ที่บ้านก็ดี คุณแม่ก็ดี ถือได้ว่าเป็นคนที่โปรไฟล์ดีมากๆ คนหนึ่ง ซึ่งคนก็เชียร์เราเยอะด้วย แต่อย่างที่บอกเรายังเป็นแค่เพื่อนกัน”

สำหรับตัวเราเองให้โอกาสเขาไหมสำหรับการพัฒนา ?
“เมย์ให้โอกาสทุกคน เมย์ให้โอกาสตัวเองด้วยค่ะ (ยิ้ม)”

ช่วงที่อยู่ด้วยกันคุยกันแบบเพื่อนเขาเคยมีทีท่าว่าจีบเราบ้างไหม ?
“เมย์ไม่ได้จีบเขานะคะ (ยิ้ม) แต่ว่าเรื่องนี้ขอไม่ตอบละกัน เพราะว่าเอาจริงๆ ตอนนี้คนดีๆ ที่เข้ามาหาเราก็มีและเราเองก็ไม่ได้ปิดโอกาสด้วย เพียงแต่ว่าถ้าหากเมย์จะศึกษาใครสักคนเมย์ขอศึกษาเงียบๆ ดีกว่า เพราะที่ผ่านมาเมย์ก็อายมามากพอแล้ว”

มีอะไรที่เราคลิกในตัวเขาเป็นพิเศษหรือเปล่า ?
“เขาเป็นเพื่อนที่ดี เป็นคนดีๆ ที่เราควรจะเก็บไว้ ถึงแม้ว่าวันหนึ่งมันอาจจะไม่ใช่แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้”

ปกติเราสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยไหม ?
“ถ้าเป็นเพื่อนเมย์ เมย์ก็ไปได้หมดนะคะเหมือนปกติ แต่หลังจากนี้อาจจะต้องระมัดระวังปาปารัซซี่นิดนึง เดี๋ยวนี้เก่งมากเลย”

แล้วส่วนตัวเราทราบไหมว่าตอนนี้มีข่าวออกมาว่าเขาเคยเป็นแฟน ไอซ์ ปรีชญา ?
“เอ่อ…ทุกคนก็มีอดีตนะคะมันเป็นเรื่องปกติ อีกอย่างเราเองก็อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วด้วย ดังนั้นคงไม่สุ่มสี่สุ่มห้าไปคบคนที่เขามีแฟนแล้ว หรือไปเดินซี้ซั้วให้คนเขามาด่าเราหรอกค่ะ เอาเป็นว่าเรื่องอะไรลืมได้ก็ลืมๆ มันไปบ้างเถอะค่ะ อย่าไปขยี้หรือถามเลย ออกพรรษาแล้วเนอะเรามาคุยแต่เรื่องดีๆ กันเถอะ”

กลายเป็นว่าตอนนี้เราอาจจะต้องระมัดระวังการใช้ชีวิตให้มากขึ้นหรือเปล่า ?
“คือเมย์โตขึ้นทุกๆ วันไงคะ สิ่งไหนที่ผ่านไปแล้วเมย์ก็อยากให้มันผ่านไป และขอเดินหน้าทำทุกวันหลังจากนี้ให้ดีขึ้นดีกว่า”

ใช้คำว่าเจ็บมาเยอะได้ไหมสำหรับเรื่องรักของเรา ?
“เมย์เชื่อว่าทุกคนเองก็อยากเห็นเมย์มีความรักดีๆ และต้องขอบคุณด้วยอีกครั้งที่ทุกคนให้ความสนใจในเรื่องความรัก และเป็นกำลังใจให้ แต่เอาเป็นว่าหลังจากนี้ถ้าเมย์จะดูใครสักคน เมย์ก็จะใช้สติใช้สมองให้มากขึ้น ไม่ใช้หัวใจอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ (ยิ้ม)”

คณะนางรำคอตก ตำรวจจับขี่จยย.ไม่สวมหมวกกันน็อค

2

(27 ต.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กคุณ Fontip Yukkala ซึ่งเป็นภาพกลุ่มนางรำ 5-6 คน กำลังถูกตำรวจจับ เนื่องจากขี่รถจยย.โดยไม่สวมหมวกกันน็อค ขณะที่พวกเธอกำลังไปรำ

โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “ตำรวจ สภ.เขวาใหญ่ จับฮอดนางรำ เขาเฮ็ดผมมางามๆ ใส่หมวกกันน็อกมันกะพังเบิดตั่ว “หนูสิฟ่าวไปรำจ้า มันฮ่อนแดด” Cr พงษ์พิษณุ เทวา” (ตำรวจ สภ.เขวาใหญ่ จับแม้กระทั่งนางรำ เขาทำผมมาสวยๆ ใส่หมวกกันน็อคมันก็พังหมดสิ หนูจะรีบไปรำค่ะ แดดมันร้อน)

ทั้งนี้ หลังจากภาพถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์มากมาย โดยแสดงความคิดเห็นว่า จริงๆ ตามกฎหมายก็สามารถอนุโลมได้ เพราะเห็นได้ชัดว่านางรำกลุ่มนี้กำลังจะไปงาน ขณะที่บางฝ่ายก็ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำหน้าที่ไปตามกฎหมายเช่นกัน

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ค สภ.เขวาใหญ่ ตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ได้โพสต์ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า

ขออนุญาตชี้แจง ทำความเข้าใจ ในประเด็นการปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจร ของ สภ.เขวาใหญ่ ที่กำลังเป็นประเด็นกันอยู่ในขณะนี้ หน่อยนะครับ

1. วันนี้ (27/10/58) เวลาประมาณ 09.30-11.30. น. ชุดจราจร สภ.เขวาใหญ่ มีการตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจรบนถนน 2202 ตรงสามแยกตู้ยามขามเรียง ตามแผน ตามปกติจริงครับ

2. เจ้าหน้าที่ตำรวจจาจร เรียกให้ผู้ใช้ทาง ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ตามกันเข้ามายังบริเวณจุดตรวจ จำนวน 5 คัน มีผู้ใช้ทางที่เป็นประชาชนทั่วไป 1 คัน,เป็นนิสิต 1 คัน และนิสิต (ที่แต่งชุดนางรำ) อีก 3 คัน (ตามภาพ)

3. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ผู้ขับขี่รถทั้ง 5 คันนั้น ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร (ไม่สวมหมวกนิรภัยฯ) จึงเรียกให้หยุด และแจ้งพฤติการณ์ในการกระทำผิด พร้อมข้อกล่าวหาให้ผู้ขับขี่รถทั้ง 5 คัน โดย 1 คันที่เป็นนิสิต ได้ชำระค่าปรับตามกฎหมาย ณ จุดเปรียบเทียบที่ให้บริการในจุดตรวจเรียบร้อย ส่วนผู้ขับขี่ที่เป็นประชาชน และนิสิต (ที่แต่งชุดนางรำ) ยังไม่สะดวกชำระ และไม่มีเอกสารใดติดตัวมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จึงได้ออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ทั้ง 4 คัน ไปชำระค่าปรับที่ทำการ สภ.เขวาใหญ่ ต่อไป

4. เหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เลือกที่จะใช้วิธีการออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ (นิสิตที่แต่งชุดนางรำ) เพราะว่า ผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร (ไม่สวมหมวกนิรภัยฯ) นั้น มีทั้งผู้ขับขี่อื่น ที่เป็นทั้งประชาชน และนิสิต ด้วย ซึ่งยอมรับผิด พร้อมกับรับใบสั่งฯ และพร้อมชำระค่าปรับตามอัตราที่กำหนด หากเลือกปฏิบัติที่จะว่ากล่าวตักเตือนผู้ขับขี่ (นิสิตที่แต่งชุดนางรำ) ก็จะเป็นการปฏิบัติที่ไม่เสมอภาคได้

5. สภ.เขวาใหญ่ มีพื้นที่รับผิดชอบเป็นมหาวิทยาลัย ซึ่งผู้บังคับบัญชา มีแนวนโยบายที่ชัดเจนในการดำเนินการกับนิสิตผู้ใช้ทางที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรในช่วงพิธีสำคัญๆ ต่างๆ อยู่แล้ว เช่น ช่วงพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ให้ว่ากล่าวตักเตือนในส่วนของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือชั้นพนักงานสอบสวน อยู่ก่อนแล้วครับ และกรณีนี้ เมื่อผู้ใช้ทาง (นิสิตที่แต่งชุดนางรำ) เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ก็จะดำเนินการตามแนวนโยบายดังกล่าว และตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ได้ประสานการปฏิบัติกับพนักงานสอบสวนไว้แล้ว

ใครหนอ? นางเอกดาวรุ่งช่อง 7 โดนห้องเสื้อขึ้นแบล็คลิสต์

1 (1)

กลายเป็นประเด็นเม้าส์ร้อนฉ่าอยู่ตอนนี้ สำหรับกรณีที่ห้องเสื้อชื่อดัง ออกมาโพสต์ข้อความแฉผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่ามี “น้อง P” ดาราหญิงดาวรุ่งช่อง 7 ซึ่งมียอดคนติดตามในอินสตาแกรม 2 แสนกว่าๆ และเป็นเพื่อนสนิทของ “นางเอก M” ช่อง 3 มาขอยืมชุดไปใส่

ตอนยืมก็สัญญาดิบดีว่าจะโพสต์โปรโมทร้านให้ แต่ปรากฏว่าเงียบหายเข้ากลีบเมฆ และเมื่อไปดูในอินสตาแกรมของนางเอกคนดังกล่าว ก็เห็นว่าใส่ชุดที่ยืมไป แต่ปรากฏว่าไม่มีการกล่าวถึงแบรนด์แต่อย่างใด

“ปกติที่แบรนด์ไม่เคยให้หรือแจกชุดให้ดารา แต่มีดาราหญิงช่องเจ็ดอยู่ท่านนึง อักษร P ไม่ได้ดังมากด้วยนะ คนfollow อยู่2แสนกว่า เคยมางานpress preview เราเมื่อปีก่อน เราไม่ได้เชิญนะ แต่เพื่อนนางที่เป็นนางเอกช่อง3 ตัวอักษร M ชวนนางมา เราก็เลยเอาชุดให้นางไปเพื่อใส่มาร่วมงาน

หลังจากนั้นมาสักพัก นางมาขอชุดเราอีกชุดนึง พร้อมพูดนั่นนี่ จะลงรูปให้แท็กไอจีให้ พอส่งชุดไป นางก็เงียบหาย และเราก็ไม่ใช่พวกชอบตามว่าอะไรยังไง นานเลยแหละที่หายเงียบ จนเราไม่สนใจละ ถือว่าทำบุญ แต่คือที่ไม่โอเคคือ

ล่าสุด เห็นนางใส่ชุดที่นางขอไปละ แต่นางไม่แท็ก และไม่มีการพูดถึงชุดเลย และมั่นใจว่านางไม่เคยลงให้ก่อนหน้านี้ คือเสียนิสัยมาก เข้าไปดูไอจีนาง ใส่ของหลายๆ แบรนด์เลย นางคงไปขอมาอีกเช่นกัน ดาราแบบนี้เสียนิสัยมากๆ ชอบขอของฟรี จนเสียนิสัย บอกได้เลย

เราblacklist นางไปนานละ ไม่ชอบคนแบบนี้ ขอได้นะ แต่ช่วยมีจรรยาบรรณ และรักษาคำพูดของตัวเองด้วย มันน่าอาย บอกเลยจ้ะ บายยยถาวร”

ครอบครัว “ปรากรม“ ติดต่อรับศพ ที่นิติเวช แล้ว

news10

ความเคลื่อนไหวที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ จากกรณี ที่กรมราชทัณฑ์ ออกแถลงการณ์ ว่า เมื่อเวลา 22.00 น. พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องขังคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายภายในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี มณฑลทหารบกที่ 11

ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น.(วันที่ 24 ตุลาคม) ครอบครัวของ พ.ต.ต.ปรากรม ได้เดินทางมาเพื่อติดต่อขอรับศพกับเจ้าหน้าที่นิติเวช แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่ายังไม่ได้รับการประสานจากทาง โรงพยาบาลราชทัณฑ์ พร้อมระบุว่า หากมีการส่งศพ พ.ต.ต.ปรากรม มาชันสูตรที่ สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจจริง นั้น ศพจะเคลื่อนย้ายมาถึงที่เร็วสุด เวลา 21.00 น. ของวันนี้ และช้าสุดคาดว่าจะเป็นวันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.58)

ทั้งนี้ ทางครอบครัวของ พ.ต.ต.ปรากรม ขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆต่อสื่อมวลชน เนื่องจากยังอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ