‘ศาลยุติธรรม’แถลงขออภัย คลิปผู้พิพากษาหญิงอาละวาด เผยเป็นคนอารมณ์แปรปรวน

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4Ny8xOTM1MjEwLzAuanBn

โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม เผย ตั้งคณะกรรมการสอบ ผู้พิพากษาอาละวาดที่กรมการขนส่งทางบก ยอมรับมีประวัติป่วยทางจิต ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ เรียกกลับมาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม

นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม ยอมรับว่าผู้หญิงที่ปรากฏ ในคลิปวีดีโออ้างเป็นผู้พิพากษา เข้าไปติดต่อราชการที่กรมการขนส่งทางบก และด่าทอเจ้าหน้าที่ หลังพบว่ารถยนต์ของตัวเองที่จอดไว้หน้าอาคารถูกใบสั่ง พร้อมแสดงบัตรประชาชนแล้วตะโกนลั่นว่า “มึงสังวรไว้นะว่ากูหนะเป็นนายของมึง” ก่อนที่จะขับรถออกไป

ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกส่งต่อ อย่างแพร่หลาย และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมนั้น คือ นางสาวชิดชนก แผ่นสุวรรณ ผู้พิพากษาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

ซึ่งมีประวัติป่วยทางจิต ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ และต้องทานยารักษาตลอดเวลา โดยมีอาการดังกล่าวมาประมาณ 2 ปี แล้ว และทราบว่าก่อนเกิดเหตุนางสาวชิดชนก ไม่ได้ทานยา อาการป่วยจึงกำเริบ ไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ได้

ซึ่งประธานศาลฎีกา ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมมีคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ระหว่างรอผลการสอบสวน หากพบว่าบกพร่องต่อหน้าที่ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ หรือ หย่อนความสามารถในการทำงาน มีโทษสูงสุด คือให้ออกจากราชการ แต่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ

โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม ยังยอมรับว่านางสาวชิดชนก ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษามากว่า 10 ปีแล้ว และเคยถูกดำเนินคดี ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน กรณีจอดรถกีดขวางการจราจร บริเวณถนนพหลโยธิน หน้าศาลอาญา เมื่อ ปี 2555 ถูกศาลพิพากษาปรับ 1 พันบาท และยังถูกดำเนินคดีฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานและทำให้เสียทรัพย์ กรณีปาข้าวกล่องใส่รถ พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อปี 2556 และศาลพิพากษา จำคุก 2 เดือน ปรับ 2 พันบาท แต่รับสารภาพมีเหตุลดโทษ โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี

และจากกรณีดังกล่าว สำนักงานศาลยุติธรรม ได้มีคำสั่งให้นางสาวชิดชนก ไปช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยทำงานด้านเอกสาร ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาคดี

โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีผู้พิพากษา เข้าข่ายหย่อนความสามารถในการทำงาน อาทิ เจ็บป่วย เป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบตัน มะเร็ง รวมถึงอาการทางจิต เช่นเดียวกับนางสาวชิดชนกหลายคน ซึ่งถูกย้ายให้ไปทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีความ และให้ออกจากราชการ ซึ่งถูกลงโทษแตกต่างกันออกไป

นาทีบุกจับ นายกท่าขนอม ว่าจ้างกราดยิงรีสอร์ทเกาะพงัน

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4Ni8xOTMyMTcwL25ld3MxMS5qcGc=

ตำรวจสุราษฎร์ธานี บุกจับนายกเทศมนตรีตำบลท่าขนอน หลังจ้างวานมือปืนยิงเข้าใส่บังกะโล ย่านหาดริ้น เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เหตุจากขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ

ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำกำลังตำรวจพร้อมหมายศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 139 หมู่ 1 ต.ท่าขนอน อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี และจับกุม นายชนินทร์ เพชรศรี อายุ 54 ปี นายกเทศมนตรีตำบลท่าขนอน ผู้จ้างวาน นายสิหนาถ ชัยพินิจ อายุ 62 ปี และ นายจิรัฎฐ์ ขวดแก้ว อายุ 38 ปี

2 คนร้ายใช้อาวุธปืน .38 ยิงเข้าใส่บังกะโลพาลิต้า ลอร์ด หาดริ้น อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเช้ามืดวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากตำรวจจับกุม นายจรงค์ หงส์ทอง อายุ 38 ปี ชาว อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ผู้จัดการบังกะโลช้างเผือกและสิมิลันบาร์ ที่อยู่ติดกัน

จากการตรวจค้นในบ้านนายชนินทร์พบอาวุธปืน ขนาด .38, 9 มม.,11 มม. รวม 3 กระบอกและกระสุนจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ได้เข้าค้นบ้าน นายสิหนาถ และ นายจิรัฎฐ์ ที่ยังหลบหนีพบอาวุธปืน .38 ที่ใช้ในการก่อเหตุ จึงแจ้งข้อหา นายชนินทร์ ใช้บังคับขู่เข็ญจ้างวานหรือยุยงส่งเสริมหรือด้วยวิธีอื่นใดก่อให้ผู้อื่นกระทำผิด ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

เบื้องต้นให้การปฏิเสธทั้งหมดและแจ้งข้อหา นายสิหนาถ กับ นายจิรัฎฐ์ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตร่วมกันพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์

ด้าน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่จนทราบว่า สาเหตุมาจากความขัดแย้งการทำธุรกิจ เบื้องต้นทราบว่า บังกะโลช้างเผือกและสิมิลันบาร์ที่หาดริ้นเป็นของ นายชนินทร์ ได้ให้ชาวรัสเซียเป็นผู้เช่าทำธุรกิจ ถูกร้องเรียนว่า จัดปาร์ตี้เปิดเพลงส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้านและบังกะโลใกล้เคียงจนถูกจับกุม ต่อมาชมรมผู้ประกอบการท่องเที่ยวหาดริ้นได้มีมติให้สิมิลันบาร์หยุดประกอบการ ทำให้กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ไม่พอใจจ้างนายสิหนาถ และนายจิรัฎฐ์มาก่อเหตุยิงดังกล่าว

พ่อค้าเกาะล้านโร่หาตำรวจ ยันไม่ได้ขู่คนจีนซื้อกระเป๋าหลักหมื่น

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4Ni8xOTMxNDk4L25ld3MxMC5qcGc=

กรณีนักท่องเที่ยวจีนแจ้งความถูกพ่อค้าข่มขู่บังคับให้ซื้อกระเป๋าที่เกาะล้าน ล่าสุดตำรวจตามตัวพ่อค้ามาสอบสวน เจ้าตัวยืนยันไม่ได้ข่มขู่ คาดผู้เสียหายกุเรื่องนำเอกสารแจ้งความไปเครมประกัน

จากกรณีเมื่อกลางดึกวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา นายเชน ลี อายุ 43 ปี และ นายซู กุนหมิง อายุ 45 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน พร้อมกับไกด์นำเที่ยว เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สมคิด สิทธิศาสตร์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันเดียวกันนั้น ได้ถูกพ่อค้าขายกระเป๋าสะพาย บริเวณชายหาดตาแหวน เกาะล้าน ขู่บังคับให้ซื้อสินค้ากระเป๋าหนังสะพาย รวม 4 ใบ คิดเป็นเงินไทยมูลค่ารวมประมาณ 12,000 บาท  ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินจริง และหากไม่ซื้อจะถูกทำร้ายร่างกาย ตัวเองเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงเดินทางเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ตามที่สื่อมวลชนได้รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (14 ม.ค.) พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบที่หาดตาแหวน พร้อมกับนำตัว นายอภิชาอายุ 45 ปี พ่อค้าขายกระเป๋าที่ถูกนักท่องเที่ยวจีนกล่าวหา มาทำการสอบสวน นายอภิชา ให้การว่า ปกติตนมีอาชีพขายกระเป๋าอยู่ที่เกาะล้านมานานหลายสิบปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไรกับนักท่องเที่ยว

โดยเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่เกิดเหตุ ไกด์ได้พากรุ๊ปทัวร์ชาวจีนนับ 10 คน เดินทางไปเที่ยวที่หาดตาแหวน ในขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวนั่งอยู่ร่มเตียงชายหาดนั้น ตนได้เดินเข้าเสนอขายกระเป๋าหนังแบบสะพายและเข็มขัดหนังให้ด้วยความสุภาพนอบน้อม ต่อมามีนักท่องเที่ยวชายชาวจีน 2 คน สนใจซื้อกระเป๋าคนละ 2 ใบ และเข็มขัดหนังอีก 1 เส้น โดยทั้งคู่ได้ชำระเป็นเงินสกุลหยวนจำนวน 1,800 หยวน และเงินไทยอีก 2,500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ยุติธรรม ตนขอยืนยันไม่ได้บังคับให้ซื้อหรือข่มขู่จะทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า กรณีนี้เมื่อมีคนเข้าแจ้งความทางตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะส่งชุดสืบสวนออกไปตามตัวพ่อค้าขายกระเป๋ารายนี้มาทำการสอบปากคำ พร้อมทั้งสอบสวนพยานแวดล้อม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ซึ่ง นายอภิชา ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขู่จะทำร้ายนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด และไม่มีพยานยืนยันว่ามีการกระทำดังกล่าวจริง

นอกจากนี้ยังได้ให้ตำรวจไปตามผู้เสียหายที่พักอยู่โรงแรม ปรากฏว่าได้เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมไปตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว เบื้องต้นจึงเชื่อว่า ผู้เสียหายน่าจะกุเรื่องขึ้นมาเพื่อนำหลักฐานเอกสารการแจ้งความไปเบิกเอาเงินประกันภัยในประเทศบ้านเกิด จึงอยากฝากเตือนไปยังมัคคุเทศก์และนักท่องเที่ยว ถ้ามีกรณีแจ้งความเท็จไม่ว่าจะกรณีใดๆ หากตำรวจทราบจะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายทันทีไม่มีข้อยกเว้น

คนร้ายยิงสายตรวจ สน.แสมดำ บาดเจ็บ ก่อนหลบหนี

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI4OTYyL25ld3MxMS5qcGc=

คนร้ายกระหน่ำยิงเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.แสมดำ บาดเจ็บ ขณะไล่ล่าขอตรวจค้น ก่อนหลบหนี นำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาครแล้ว

เมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา (10 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ได้รับแจ้งจากกู้ภัยแสมดำ 123 ว่าด.ต.เกรียงศักดิ์ คงแจ่ม เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.แสมดำ ได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธยิง กระสุนเข้าที่บริเวณลำคอได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดภายในปั๊มน้ำมันซัสโก้ บริเวณถนนพระราม 2 ขาออก ใกล้กับวัดพรหมรังษี

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.เกรียงศักดิ์ และ ส.ต.ต.ณัฐพร ศรีวิเศษ ผบ.หมู่ ป. สน.แสมดำ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ออกตรวจพื้นที่ เมื่อถึงปั๊มน้ำมัน ปตท. ถ.พระราม 2 พบชายต้องสงสัย สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า นูโว สีเทา ดำ หมายเลขทะเบียน ปนก-672 กรุงเทพมหานคร ท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น

จากนั้น คนร้ายได้ขัดขืนก่อนขับขี่รถหลบหนี ตำรวจทั้งสองจึงได้ไล่ติดตาม เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุรถ จักรยานยนต์ของชายคนดังกล่าวเกิดน้ำมันหมด จึงทิ้งรถและวิ่งหลบหนี ทำให้ ด.ต.เกรียงศักดิ์ วิ่งไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด ก่อนถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ 6 นัด จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

หลังก่อเหตุ คนร้ายได้หลบหนีไปทาง จ.สมุทรสาคร โดยเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ส่วน ด.ต.เกรียงศักดิ์ที่ได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ล่าสุด พ.ต.ท.รชต พัฒนพงษ์ สว.สส. สน.แสมดำ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้สามารถจับตัวคนร้ายได้แล้ว คือ นายปิติพล พงษ์ถาวร อายุ 26 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือยิง ด.ต.เกรียงศักดิ์ จริง เนื่องจากตกใจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า อาจมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ยังไม่พบหลักฐาน คาดว่าอาจจะทิ้งระหว่างหลบหนี ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่ากับ นายปิติพล แล้ว โดยจะนำตัวไปฝากขังในวันนี้ และจะรวบรวมสำนวนคดีส่งฟ้องศาลต่อไป ส่วน ด.ต.เกรียงศักดิ์ ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

พยานเห็นเหตุการณ์ “ดีเจเก่ง” แจ้งความ หลังโซเชียลรุมด่า

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI4Njk0L2V3ZXJ0Zy5qcGc=

จากเหตุการณ์ในคลิป “ดีเจเก่ง” มีผู้โพสต์ข้อความระบุอยู่ในเหตุการณ์ และเห็นว่ารถยนต์ยาริสสีแดงพยายามขับเบียดรถกระบะของดีเจเก่งเพื่อแซง แต่รถกระบะไม่ให้แซง ทำให้คนขับรถยนต์ไม่พอใจยกนิ้วกลางเป็นสัญลักษณ์ด่าทอ ก่อนจะเกิดเป็นคลิปรถกระบะถอยชนรถยนต์นั้น

เวลา 10.00 น. (9 ม.ค.) น.ส.สุริยาพร อายุ 33 ปี ลูกพี่ลูกน้อง ของ น.ส.สุมาลี อายุ 33 ปี ผู้โพสต์ข้อความ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับแอดมินเพจ youlike (คลิปเด็ด) เนื่องจากมีผู้ไม่หวังดีแคปภาพโพสต์ข้อความบนหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวของน.ส.สุมาลี ไปลงในเพจดังกล่าว ทำให้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและต่อว่าน.ส.สุมาลี ส่งผลให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

น.ส.สุริยาพร กล่าวว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา น.ส.สุมาลี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเล่าถึงเหตุการณ์ขณะที่รถกระบะและรถคู่กรณีกระทบกระทั่งกันจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต ในข้อมูลระบุข้อความว่า น้องสาวนั่งรถแท็กซี่คันที่ต่อท้ายรถยนต์สีแดง พบว่ารถยนต์พยายามจะเบียดแซงรถกระบะแต่คนขับรถกระบะไม่ยอม

ระหว่างนั้นพบว่าคนขับได้ชูนิ้วกลางให้กับรถกระบะ ก่อนที่ทั้งคู่จะมาติดไฟแดง คนขับรถยนต์เดินลงมาเคาะกระจกของรถกระบะ ระหว่างนั้นสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวก่อนรถกระบะขับเดินหน้าไป ต่อมาจึงเปลี่ยนใจถอยหลังกลับมาชนรถยนต์ ขณะที่น้องสาวโพสต์ลงเฟซบุ๊กนั้น ยังไม่ได้เห็นคลิปภาพวิดีโอเหตุการณ์ เพียงแค่เล่าไปตามเหตุการณ์ที่พบเห็นเท่านั้น

หลังจากนั้นก็มีผู้ไม่หวังดีแคปภาพข้อความของน้องสาวไปลงเพจ youlike(คลิปเด็ด) โดยมีการเซ็นเซอร์ใบหน้าและชื่อเพียงบางส่วนเท่านั้น และยังมีการติดแฮชแท็กว่า “ทีมกระบะดำดีเจเก่ง” จนเป็นเหตุให้มีผู้เข้าแสดงความคิดเห็นโดยใช้คำหยาบคายเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นเชื่อว่าผู้ที่นำข้อความไปโพสต์นั้นน่าจะเป็นเพื่อนของน้องสาวเนื่องจากเฟซบุ๊กดังกล่าว ไม่ได้เปิดเป็นแบบสาธารณะ ผู้ที่เข้ามาดูมีแต่คนสนิทเท่านั้น ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้านนายวิรัตน์ (สงวนนามสกุล) คนขับรถแท็กซี่บริเวณจุดเกิด เปิดเผยว่า ขณะขับรถในช่องซ้ายสุด ได้ยินเสียงรถชนกันมาจากช่องขวาสุด จึงหันไปดู เห็นรถยนต์สีแดงชนท้ายรถกระบะสีดำแต่ไม่รู้ว่าใครชนใครก่อน กันชนแตกหักนิดหน่อยไม่แรงมาก พอหันไปดูอีกครั้งเห็นรถกระบะสีดำขับไปข้างหน้า คิดว่าในใจจะหนีหรือเปล่า

ทันใดนั้นเห็นรถยนต์สีแดงพุ่งชนรถกระบะสีดำอีกครั้งและเห็นคนขับรถยนต์สีแดงเดินลงมาจากรถ ทำท่าเหมือนจะไปที่รถกระบะสีดำ แต่รถกระบะสีดำขับไปข้างหน้าก่อนทำให้คนขับรถยนต์สีแดงเดินไปไม่ทันถึงรถกระบะสีดำ และกลับมาขึ้นรถของตัวเองก่อน

จังหวะนั้นเห็นรถกระบะสีดำถอยมาชนอย่างแรง เท่ากับเป็นการชนกันครั้งที่ 3 จากนั้นรถกระบะสีดำขับรถไปข้างหน้าและถอยมาชนอีกครั้งเป็นครั้งที่ 4 จังหวะชุลมุนตนจึงขับรถไป ไม่ทันเห็นจังหวะที่มีการลงมาจากรถ ส่วนตัวไม่รู้จักกับดีเจเก่ง และไม่เคยเป็นแฟนรายการ ไม่ได้ชื่นชอบส่วนตัว แค่อยากเล่าข้อเท็จจริงในส่วนที่เห็น ตอนนั้นไม่เห็นใครชูนิ้วแต่อย่างใด

ส่วนรถที่ถ่ายคลิปน่าจะอยู่เลนขวา ทั้งนี้ช่วงที่เห็นเหตุการณ์อยู่ห่างจากรถที่ชนกันประมาณ 2 เมตรเศษ ทั้งนี้ ยินดีให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ฆ่าโหดสาวหมกห้องพัก เจอเสื้อกาวน์พญ.-ครู ปักชื่อ “พรเพ็ญ”

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI4NDc4LzUxMS5qcGc=

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (9 ม.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. สภ.ดอยสะเก็ด รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายหมกหอพัก เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุพบศพหญิงสาวถูกฆ่าตาย ศพถูกทิ้งไว้ภายในห้องพักเลขที่ 8 ห้องพักเหมียว หมู่ 2 ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด

สภาพศพเป็นหญิงสาวอายุราว 30 ปี มีบาดแผลที่ศีรษะด้านหลังมีแผลฉีกขาด และถูกของมีคมแทงเข้าซอกคอ 2 แห่ง ไหปลาร้า 1 แห่ง สะบักหลังด้านซ้ายใกล้รักแร้ 1 แห่ง เสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ภายในห้องที่พบศพยังมีเสื้อกาวน์สีขาวปักหน้าอกว่า พญ.พรเพ็ญ แขวนอยู่ 1 ตัว และพบเสื้อครูโรงเรียนดังปักชื่อ น.ส.พรเพ็ญ อีก 1 ตัว

จากการสืบสวนทราบว่าผู้ตายได้เข้าพักที่ห้องพักแห่งนี้เมื่อตอนเช้าวันที่ 7 ม.ค. และทางแม่บ้านมาเปิดห้องดูก็พบศพกลางดึกวันที่ 8 ม.ค. โดยผู้ตายเข้าพักกับผู้ชาย 1 คนและแจ้งว่าจะออกเย็นๆวันที่ 8 ม.ค. แต่พอตอนเย็นชายหนุ่มได้ออกจากที่พักเพียงคนเดียว ทางพนักงานห้องพักเลยมาเปิดห้องดู ก็พบเป็นศพจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ

ด้าน พ.ต.ท.บัญชา อินถา รองผกก.สส.สภ.ดอยสะเก็ด เปิดเผยว่า ทราบว่าผู้ตายนำเสื้อฟอร์มพญ.มาปักที่ร้านปักเสื้อในห้างโลตัสคำเที่ยง โดยให้ช่างปักชื่อคำว่า พรเพ็ญ ซึ่งจะเป็นชื่อของผู้เสียชีวิตหรือไม่นั้น ยังไม่แน่ชัด และทางตำรวจได้สอบถามพยานคนหนึ่งทราบว่าผู้ตายน่าจะชื่อ อิ่มหรือไม่ก็แอ๋ม เป็นคนในละแวก อ.ดอยสะเก็ด และผู้ตายนั้น พื้นเพเดิมเป็นชาวอีสาน

ส่วนคนร้ายก่อเหตุนั้น ตำรวจได้ติดตามตัวผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งชื่อ เรือง อายุประมาณ 57-58 ปี มีประวัติเคยก่อเหตุอนาจารหญิงสาวบนรถประจำทาง เมื่อปี 2555 ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และทางตำรวจได้เดินทางไปยังที่บ้านของผู้ต้องสงสัยที่ อ.สันทราย แต่ก็ไม่พบตัว ทราบว่าผู้ต้องสงสัยนั้นได้ออกจากบ้าน และไม่เข้ามาบ้านเป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว

เบื้องต้น น่าจะมาจากการหักหลังกันของผู้ตายกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาจจะอยู่ร่วมขบวนการต้มตุ๋นเหมือนกันและหักหลังกัน ส่วนประวัติของผู้ตาย ตำรวจทราบว่าชอบแอบอ้างทำงานอาชีพต่างๆ

สุดระทึก! สาวจีนพยายามเปิดประตูเครื่องบิน เพื่อกระโดดฆ่าตัวตาย

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4NS8xOTI3Mjk4LzUuanBn

หญิงสาวชาวจีนพยายามเปิดประตูเครื่องบินสายการบินแคปิตอล แอร์ไลน์ส ขณะทำการบินเหนือน่านฟ้า เพื่อกระโดดฆ่าตัวตาย โชคดีที่เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องเข้าช่วยเหลือได้ทัน

สำนักข่าวชื่อดังของจีนรายงานข่าวโดยอ้างอิงหนังสือพิมพ์เซาธ์ ไชนา มอร์นิง โพสต์ที่ระบุว่า เกิดเหตุวุ่นวายบนเครื่องบินของสายการบินแคปิตอล แอร์ไลน์สของจีน เที่ยวบิน JD5180 ซึ่งเดินทางจากเมืองฉางชาในมณฑลหูหนาน ไปยังเมืองซานยาในมณฑลไห่หนาน

โดยหญิงสาววัยประมาณ 20 ปีพยายามเปิดประตูเครื่องบินขณะที่กำลังทำการบินอยู่ ภายหลังขึ้นบินจากสนามบินเมืองฉางชาประมาณ 1 ชั่วโมง โชคดีที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนเครื่องสังเกตเห็นและเข้ามาห้ามปรามได้ทัน ก่อนที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะเข้ามาสมทบ ซึ่งหญิงสาวผู้ก่อเหตุเผยว่า ต้องการจะเปิดประตูเครื่องบินเพื่อกระโดดฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ตามเครื่องบินเที่ยวบินดังกล่าวสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัยที่สนามบินปลายทางในเวลาประมาณ 02.20 น.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ทำให้เจ้าหน้าที่ออกมาเตือนประชาชนจีนว่า หากพบผู้ที่มีแนวโน้มคิดฆ่าตัวตายในลักษณะนี้ ต้องไม่ปล่อยให้คนนั้นอยู่ตามลำพัง และอย่าให้อยู่ใกล้วัตถุมีคม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด หรือปืนที่จะใช้เป็นอาวุธในการฆ่าตัวตาย ช่วยนำตัวไปขอรับความช่วยเหลือจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา และหากต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อหมายเลขสายด่วน Shanghai: 021-6279-8990 หรือ HopeLine: 4001619995