‘ศาลยุติธรรม’แถลงขออภัย คลิปผู้พิพากษาหญิงอาละวาด เผยเป็นคนอารมณ์แปรปรวน

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzM4Ny8xOTM1MjEwLzAuanBn

โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม เผย ตั้งคณะกรรมการสอบ ผู้พิพากษาอาละวาดที่กรมการขนส่งทางบก ยอมรับมีประวัติป่วยทางจิต ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ เรียกกลับมาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม

นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม ยอมรับว่าผู้หญิงที่ปรากฏ ในคลิปวีดีโออ้างเป็นผู้พิพากษา เข้าไปติดต่อราชการที่กรมการขนส่งทางบก และด่าทอเจ้าหน้าที่ หลังพบว่ารถยนต์ของตัวเองที่จอดไว้หน้าอาคารถูกใบสั่ง พร้อมแสดงบัตรประชาชนแล้วตะโกนลั่นว่า “มึงสังวรไว้นะว่ากูหนะเป็นนายของมึง” ก่อนที่จะขับรถออกไป

ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกส่งต่อ อย่างแพร่หลาย และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมนั้น คือ นางสาวชิดชนก แผ่นสุวรรณ ผู้พิพากษาประจำสำนักงานศาลยุติธรรม ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

ซึ่งมีประวัติป่วยทางจิต ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ และต้องทานยารักษาตลอดเวลา โดยมีอาการดังกล่าวมาประมาณ 2 ปี แล้ว และทราบว่าก่อนเกิดเหตุนางสาวชิดชนก ไม่ได้ทานยา อาการป่วยจึงกำเริบ ไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ได้

ซึ่งประธานศาลฎีกา ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมมีคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ระหว่างรอผลการสอบสวน หากพบว่าบกพร่องต่อหน้าที่ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ หรือ หย่อนความสามารถในการทำงาน มีโทษสูงสุด คือให้ออกจากราชการ แต่มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ

โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม ยังยอมรับว่านางสาวชิดชนก ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษามากว่า 10 ปีแล้ว และเคยถูกดำเนินคดี ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน กรณีจอดรถกีดขวางการจราจร บริเวณถนนพหลโยธิน หน้าศาลอาญา เมื่อ ปี 2555 ถูกศาลพิพากษาปรับ 1 พันบาท และยังถูกดำเนินคดีฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานและทำให้เสียทรัพย์ กรณีปาข้าวกล่องใส่รถ พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อปี 2556 และศาลพิพากษา จำคุก 2 เดือน ปรับ 2 พันบาท แต่รับสารภาพมีเหตุลดโทษ โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี

และจากกรณีดังกล่าว สำนักงานศาลยุติธรรม ได้มีคำสั่งให้นางสาวชิดชนก ไปช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยทำงานด้านเอกสาร ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาคดี

โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม ยอมรับว่า ที่ผ่านมามีผู้พิพากษา เข้าข่ายหย่อนความสามารถในการทำงาน อาทิ เจ็บป่วย เป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบตัน มะเร็ง รวมถึงอาการทางจิต เช่นเดียวกับนางสาวชิดชนกหลายคน ซึ่งถูกย้ายให้ไปทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีความ และให้ออกจากราชการ ซึ่งถูกลงโทษแตกต่างกันออกไป

Advertisements

ศาลฎีกาเลื่อนอ่านคดีรื้อบาร์เบียร์ ชูวิทย์ให้การใหม่รับสารภาพ

1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (15 ต.ค.) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 ศาลฎีกานัดอ่านคำพิ
พากษาคดีรื้อบาร์เบียร์ ซอยสุขุมวิท 10 คดีหมายเลขดำ ด.2150/2546 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ และกลุ่มผู้ค้า รวม 44 ราย ร่วมกันเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง

จ.ส.อ.อภิชาติ ริมมสาร,นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย อดีตผู้บริหารบริษัท สุขุมวิท ซิลเวอร์สตาร์, พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ อดีตนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา บก.สส., พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร อดีตนายทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เมื่อปี 2546 และพวกรวม 130 คน เป็นจำเลยที่ 1-130 ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์, บุกรุกในเวลากลางคืน และกักขังหน่วงเหนี่ยวข่มขืนใจให้บุคคลปราศจากเสรีภาพ

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.45 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ออกไปเป็นรอบที่ 2 เนื่องจากนายชูวิทย์ได้ยื่นคำให้การใหม่ โดยขอรับสารภาพ และขอให้ศาลลงโทษสถานเบา โดยนัดในวันที่ 28 ม.ค. 59 เวลา 12.30 น.

สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 26 ม.ค. 2546 มีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายร้อยคน แต่งกายชุดซาฟารี พร้อมรถแบ็คโฮบุกเข้าทำลายร้านบาร์เบียร์ 60 ร้าน ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ บริเวณสุขุมวิทสแควร์ ซอยสุขุมวิท 10 กทม. เสียหายราบเป็นหน้ากลอง

เนื่องจากกลุ่มนายทุนกลุ่มใหม่ได้ว่าจ้าง ให้เข้าไปรื้อร้านค้าของผู้เช่าเดิม เพื่อจะใช้พื้นที่ทำประโยชน์ ภายหลังตำรวจสืบสวนสอบสวนจนสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสิ้น จำนวน 130 คน